วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

การบริการเชิงกลยุทธ์สร้างได้...

"ถ้ามีความเชื่อว่าเราทำได้  เราก็จะทำได้"

           "คนเราสามารถทำอะไรให้ประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น 
ทั้งนี้เกิดจากการทื่ตนคิดเอาไว้แล้วว่าตนสามารถทำได้" เราอาจ
กล่าวได้ง่ายๆว่า ทัศนคติมีความสำคัญกว่าข้อเท็จจริงเพราะมนุษย์
สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้โดยการเปลี่ยนทัศนคติ การตระหนัก 
และนำมาพัฒนาใช้เพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์ของบริษัทนั้น ซึ่งประเด็น
เชิงกลยุทธ์มักมีผลกระทบต่อความก้าวหน้าในระยะยาวของบริษัท
ซึ่งจะขออธิบายในเรื่องการบริหารเชิงกลยุทธ์ว่าคืออะไร ต้องทำ
อย่างไร มีความสำคัญ และส่งผล กระทบต่อองค์กรอย่างไร

      การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) คือ 
การวางแผนตัดสินใจ และสร้างกิจกรรมที่ก่อให้เกิดงาน ในการจัด
สร้างแผน และการปฏิบัติตามแผนที่ได้ออกแบบมา เพื่อให้เกิดผล
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของบริษัท การบริหารเชิงกลยุทธ์ประกอบ
ด้วยงานตามหน้าที่ที่สำคัญ 9 ประการ

1. กำหนดพันธกิจของบริษัท ประกอบด้วยคำประกาศกว้างๆ เกี่ยวกับจุดมุ่งหมาย(Vision) ปรัชญา         (mission) และเป้าหมายของบริษัท (Goal)
2. ทำการวิเคราะห์เงื่อนไขภายใน และกำลังความสามารถของบริษัท
3. ประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก สภาพแวดล้อมทั่วไป และสภาพแวดล้อมการแข่งขัน
4. วิเคราะห์ทางเลือกของบริษัท โดยจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายนอก
5. ระบุทางเลือกที่ปรารถนาที่สุด โดยทำการประเมินแต่ละทางเลือกให้สอดคล้องกับภารกิจของบริษัท
6. ทำการคัดเลือกวัตถุประสงค์ระยะยาว และกลยุทธ์ใหญ่ (Grand Strategies) ที่จะบรรลุทางเลือก
    ที่ปรารถนามากที่สุดได้
7. พัฒนาวัตถุประสงค์ประจำปี (Annual objectives) และกลยุทธ์ระยะสั้นที่สอดคล้องกับ      
    วัตถุประสงค์ระยะยาว และกลยุทธ์ที่เลือกไว้แล้ว
8. นำเอากลยุทธ์ที่เลือกสรรไว้แล้วไปปฏิบัติ โดยวิธีการจัดสรรทรัพยากรตามงบประมาณที่วางไว้ ซึ่ง
    เน้นความเข้ากันได้ของงานตามหน้าที่ บุคลากร เทคโนโลยี และระบบการให้รางวัล
9. ทำการประเมินความสำเร็จของกระบวนการเชิงกลยุทธ์ในฐานะที่เป็นปัจจัยนำเข้า สำหรับการตัดสิน
    ใจในอนาคต


Credit : APC Arab Programmer's Company
             งานตามหน้าที่ทั้ง 9 ประการ แสดงให้เห็นว่าการบริหาร
   เชิงกลยุทธ์เกี่ยวข้องกับการวางแผน (Planing) การกำกับ 
   (Directing) การจัดองค์กร (Organizing) และการควบคุม 
   (Controlling) การตัดสินใจ และการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ
   กลยุทธ์ของบริษัท สำหรับกลยุทธ์
(Strategies) ในความหมาย

   ของผู้จัดการแล้ว หมายถึงแผน (Plans) ที่มีขนาดใหญ่และมุ่ง
   เน้นอนาคต เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้สภาพแวดล้อม
   ทางการแข่งขันทางกลยุทธ์แม้ว่าแผนจะไม่มีรายละเอียดสำหรับ
   การปฏิบัติในอนาคตที่รัดกุมก็ตาม แต่แผนนี้ก็ให้กรอบแนวคิด
   สำหรับการตัดสินใจ การบริหารกลยุทธ์เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า
   บริษัทได้ตระหนักเป็นอย่างดีว่า ควรจะแข่งอะไร กับใคร อย่างไร 
   เมื่อใด และที่ไหน

การสร้างกลยุทธ์ให้เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก หากสามารถสร้างทัศนคติที่ดี และทำความเข้าใจกับคนในองค์กร เพื่อให้เข้าใจและตระหนักถึงทิศทาง และเป้าหมายเดียวกันของทั้งองค์กร ในครั้งหน้าจะมาอธิบายถึงประโยชน์ และความเสี่ยงของการบริการเชิงกลยุทธ์ ที่จะส่งผลต่อบริษัท และองค์กรต่อไป
        

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การจัดการทรัพยากรมนุษย์

           การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ  สังคมและการเมือง ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง และเป็นไปอย่างสลับซับซ้อนเช่นในปัจจุบันนี้ องค์กรที่สามารถช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขันย่อมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ดีกว่า และปัจจัยแห่งความสำเร็จนั้นล้วนเป็นปัจจัยมาจากความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Speed) การมีนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ และบริการ (Innovation) ความสามารถในการลดต้นทุนให้ต่ำ (Low Cost) ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และการมีพนักงานที่มีทักษะในการปฏิบัติงานและเรียนรู้ ซึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จเหล่านั้นล้วนเกิดจาก ความรู้และทักษะทีึ่มีอยู่ในตัวบุคคลากรขององค์กรทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในองค์กร ล้วนเกิดจากการกระทำของคน ธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น แข่งขันที่คน คนจึงเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งต่อการบริหาร และการสร้างคุณค่า (Value Creation) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร 
Competency Human Resource
            องค์กรจะไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้เลยหากขาดความพร้อมของปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความรู้ (Knowledge) มีทักษะ (Skill) มีพฤติกรรม และความสามารถที่เหมาะเจาะกับลักษณะงาน มีทัศนคติที่ดี และมีความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) มีความรัก และผูกพันต่อองค์กร (Engagement) คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติของทรัพยากรมนุษย์ที่ก่อให้เกิดสมรรถนะ หรือขีดความสามารถที่โดดเด่น (Competency Human Resource)  และเป็นที่ต้องการของทุกองค์กร
           ดังนั้น การจัดการเพื่อให้เกิด Competency Human Resource จึงเป็นจุดมุ่งหมายของทุกองค์กร และโดยเฉพาะ Competency Human Resource ที่เก่งมากๆ หรือเก่งเป็นเลิศที่เรียกว่า "Talent" นั้น จำเป็นที่องค์กรต้องมี และรักษาบุคคลากรเหล่านี้เอาไว้ในองค์กรให้ยาวนาน จะเห็นว่าองค์กรที่ติดอันดับต้นๆในการจัดอันดับของนิตยสารชั้นนำระดับโลกนั้น ล้วนมีแต่คนเก่งๆ และองค์กรมีการจัดการที่ดี  (Talent Staff and Quality of Management) ทั้งสิ้น

Human Resource Department
           การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร นอกจากนี้จะเป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาตามสายงานต่างๆ ที่จะต้องดูและพนักงานของตนแล้วเกือบทุกองค์กร ในปัจจุบันยังได้มีการจัดตั้งแผนกทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Department) ขึ้นมาเป็นหน่วยงานกลาง ดูแลการจัดการด้านการบริหารงานบุคคล โดยประสานงานกับฝ่ายปฏิบัติการ (Line) บทบาทของแผนกทรัพยากรมนุษย์ เริ่มจากการเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน (Supporting Unit) ต่อเนื่องมาจนเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการสร้างประำสิทธิผลสูงสุดให้เกิดกับองค์กร โดยเฉพาะยุคที่เศรษฐกิจวิกฤตที่ทุกหน่วยงานต้องช่วยกันสร้างกำไรให้กับบริษัท แผนกทรัพยากรมนุษย์ก็ต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่มิใช่เป็นเพียงหน่วยงานที่ 
คอยอยู่เบื้้องหลังอีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้บริหารอื่น ในการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร ร่วมวางแผนกลุยุทธ์ และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่อง...คน



      ปัจจัย 4 ของธุรกิจคือ Man Money Material Management หรือรวมเรียกว่า 4M ซึ่งจะเห็นว่าแรงขับเคลื่อนของธุรกิจที่สำคัญที่สุดอาจได้แก่ Man คน หรือบุคคลกร เพระถ้าพูดถึงธุรกิจทุกชนิด การได้พนักงานที่ดี รักในองค์กร ก็เหมือนหาเนื้อคู่ที่ถูกใจ ส่วนความท้าทายที่เพิ่มขึ้นคือ "การเตรียมบุคคลากรให้พร้อมสนับสนุนการทำธุรกิจ" ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสคลุกคลีอยู่กับการบริหารงานทั้งจากภาครัฐ กองทัพ และภาคเอกชน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความแตกต่างทั้งสัดส่วน และรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย จึงเข้าใจถึงปัญหา และข้อจำกัดในเรื่องเกี่ยวกับบุคคลากร เช่น
  • โอกาส ขององค์กรขนาดเล็ก มีปัญหาเรื่องการจ้างงานมากว่า เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงาน จ้างไม่ไหว เงินเดือนสูง เมื่อจ้างคนเก่งๆมา พนักงานเดิมก็น้อยใจลาออกซะอีก
  • ความสามารถของพนักงาน 1 คนต้องทำงานได้อย่างหลายหลาก หรือต้องทำได้ทุกอย่างแต่พนักงานที่เก่งๆ ต้องผ่ายประสบการณ์จากองค์กรที่ใหญ่ ถ้าจ้างระดับผู้จัดการมาแล้วในราคาสูงๆ แต่ถนัดงานบริหาร ก็ยังอาจต้องจ้างลูกน้องเพิ่มมาอีก
  • ปัญหา ขององค์กรใหญ่ๆ ก็เกิดจากการที่เข้ามาควบคุมดูแลการปฏิบัติงานที่ไม่ทั่วถึง การทำประเมิน การวัดผลงานมาจากความพึงพอใจของหัวหน้างาน
และเครื่องมือของของ HR ที่นำมาใช้วัดผล ประเมินผลโดยมีต้นทุนต่ำ คือ 
  • การทำ Balance Scorecard (BSC) หรือดัชนีวัดผลสำเร็จแบบสมดุล เป็นเครื่องมือที่ใช้แปลงแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ
  • Key Performance Indicator (KPI) คือ ดัชนีวัดความสำเร็จของการทำธุรกิจขององค์กร ดัชนีวัดผลงาน และดัชนีวัดผลการปฏิบิติงานของพนักงานแต่ละคน
  • Competency คือขีดความสามารถที่ส่งผลให้องค์กรประสบความมสำเร็จ ขีดความสามารถตาม Job Description ขีดความสามารถทางการบริหารจัดการ ขีดความสามารถของคนที่เป็นหัวหน้างาน
เพียงแต่ HR ต้องนำไปใช้ให้เหมาะตามความเหมาะสม หลายครั้งที่ HR ไม่ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่อง มือเหล่านี้เพราะ HR ต้องมีทักษะและองค์ความรู้ที่ดีพอ หากรู้แบบผิวเผินเครื่องมือที่ใช้ก็ไม่มีประโยชน์ วัดผลไม่ได้จริง แล้วจะดีแค่ไหนถ้ามีเครื่องมือหรือโปรแกรมเข้ามาช่วยในงานเหล่านี้ 

" หนทางสู่ความสำเร็จขององค์กร กำหนดตัววัดจากบนสู่ล่าง หรือจากเป้าหมายองค์กรไปสู่เป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน และเป้าหมายของพนักงายแต่ละคนจะวัดผลจากล่างขึ้นบน คือถ้าพนักงานทุกคนทำงานสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกหน่วยงานก็จะสำเร็จ ไปด้วย สุดท้ายองค์กรโดยรวมก็จะสำเร็จเช่นกัน"



โดย ดร.เศวตนันท์ ประยูรรัตน์